Genetic Plus Member Area
Version 1.0.0

GENETIC PLUS MEMBER

วันที่: 11 มีนาคม 2569

คู่มือบริษัทเจนเนติกพลัส จำกัด

เวอร์ชั่น: 1.3
วันที่: 22 มกราคม 2568
ผู้จัดทำ: ณัฐพงศ์ ศรีทองอินทร์
ผู้ตรวจสอบ: ศรีสุภา, มณีรัตน์, เสาวลักษณ์, ดนัยฤทธิ์, ฉัตรป้อง


07/01/2025 : เพิ่ม * ไม่อนุญาตแจ้งขอลาผ่าน LINE
12/01/2025 : เพิ่ม * บทบาทและหน้าที่ การทำงานร่วมกันของทีม
22/01/2025 : เพิ่ม * นโยบายการปรับอัตราเงินเดือนพนักงาน


บทนำ

เอกสารคู่มือการทำงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของพนักงานทุกคนในบริษัท โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบาย แนวทางการปฏิบัติงาน ขั้นตอนการดำเนินการ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร

เนื้อหาในคู่มือนี้ครอบคลุมข้อมูลสำคัญต่าง ๆ อาทิ โครงสร้างองค์กร นโยบายและระเบียบปฏิบัติ การบริหารทรัพยากร การสื่อสารภายในองค์กร และแนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ทั้งนี้เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถปรับตัวและปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่น

บริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนพนักงานทุกท่านให้ทำงานได้อย่างมั่นใจ และมีความสุขในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตรและมีประสิทธิภาพ หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อผู้ดูแลที่เกี่ยวข้องได้ทันที

นโยบายสำหรับบริษัท

นโยบายการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Development Policy)

บริษัทมุ่งมั่นในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยมีแนวทางดังนี้:

  • ใช้กระบวนการพัฒนาที่สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น Agile หรือ DevOps
  • ทดสอบและตรวจสอบโค้ดอย่างเคร่งครัดก่อนการเผยแพร่
  • เอกสารประกอบการพัฒนาต้องครบถ้วนและเข้าใจง่าย

นโยบายการจัดการโค้ดและเวอร์ชัน (Code and Version Control Policy)

เพื่อรักษาความถูกต้องและความปลอดภัยของโค้ด พนักงานต้องปฏิบัติตาม:

  • ใช้ระบบจัดการเวอร์ชัน เช่น Git หรือแพลตฟอร์มที่บริษัทกำหนด
  • เขียน Commit Message ที่ชัดเจนและสื่อความหมาย
  • หลีกเลี่ยงการแก้ไขโค้ดใน Branch หลักโดยตรง

นโยบายการทำงานร่วมกันในทีม (Team Collaboration Policy)

เพื่อเสริมสร้างการทำงานร่วมกันในโครงการซอฟต์แวร์ พนักงานควรปฏิบัติดังนี้:

  • ใช้เครื่องมือการจัดการโปรเจกต์ เช่น Jira, Trello หรือ Loganywhere
  • ร่วมมือในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพของซอฟต์แวร์
  • เข้าร่วม Stand-up Meeting หรือ Scrum Meeting อย่างสม่ำเสมอ

นโยบายความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Policy)

บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของระบบและข้อมูล โดยพนักงานต้องปฏิบัติตาม:

  • หลีกเลี่ยงการใช้งานหรือพัฒนาโค้ดที่มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
  • ปฏิบัติตามนโยบายการเข้ารหัสข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัย
  • อัปเดตแพลตฟอร์มและเครื่องมือพัฒนาให้ทันสมัย

นโยบายการพัฒนาบุคลากร (Employee Skill Development Policy)

เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ บริษัทสนับสนุน:

  • การเข้าร่วมเวิร์กชอปหรือการสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ
  • การศึกษาและใช้งานเครื่องมือหรือภาษาการเขียนโปรแกรมใหม่ ๆ
  • การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทดลองและพัฒนาแนวคิดใหม่ ๆ

นโยบายการทำงานยืดหยุ่น (Flexible Work Policy)

บริษัทส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานและความสมดุลชีวิต โดยกำหนดดังนี้:

  • พนักงานสามารถทำงานแบบ Remote Work หรือ Hybrid ได้ตามความเหมาะสม
  • การประชุมสำคัญจะจัดในช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับทีมงานทั้งหมด
  • ผลลัพธ์และคุณภาพของงานเป็นสิ่งสำคัญ

บุคลากร และระดับชั้นในองค์กร

ระดับบริหาร

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ ณัฐพงศ์ ศรีทองอินทร์
ตำแหน่ง Chief Executive Officer
ภาระงาน กำหนดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของบริษัท รวมถึงการบริหารจัดการทุกด้านขององค์กรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ CEO ยังมีบทบาทในการติดต่อสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ผู้ถือหุ้นและคู่ค้า พร้อมทั้งตัดสินใจในเรื่องการลงทุนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อีกทั้งยังต้องสร้างและรักษาวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ CEO ต้องมีประสบการณ์การบริหารระดับสูง และทักษะในการตัดสินใจที่ดีเพื่อความยั่งยืนของบริษัท
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ ศรีสุภา รัตนางกูร
ตำแหน่ง Chief Administration Officer
ภาระงาน บริหารจัดการและดูแลการดำเนินงานทั่วไปของบริษัท เช่น การจัดการทรัพยากรบุคคล, การบริหารจัดการสำนักงาน และการดูแลระบบงานภายในต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปอย่างราบรื่น CAO ยังรับผิดชอบในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทำงานต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนในการดำเนินงาน รวมถึงการสนับสนุนฝ่ายบริหารในด้านการวางแผนและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการองค์กรทั้งหมด
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ สมเกียรติ พรชัยวิวัฒน์
ตำแหน่ง Business Consult
ภาระงาน ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ วิเคราะห์ปัญหาและโอกาสทางธุรกิจ เสนอแนวทางพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการ รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ เพื่อช่วยให้องค์กรหรือโครงการสามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ จิรายุ คุ้มวนิชย์
ตำแหน่ง Senior Sale Engineer
ภาระงาน วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า ออกแบบและนำเสนอโซลูชันเชิงเทคนิคที่เหมาะสม พร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอ ประสานงานกับทีมขายและทีมวิศวกร เพื่อสนับสนุนทั้งก่อนและหลังการขาย รวมถึงสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจให้กับลูกค้า
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ มณีรัตน์ ศรีมันตะ
ตำแหน่ง Business & Project Development Officer
ภาระงาน วางแผนและพัฒนาธุรกิจ รวมถึงการสร้างและดำเนินโครงการใหม่ ๆ เพื่อขยายธุรกิจของบริษัท โดยรับผิดชอบในการวิเคราะห์โอกาสทางการตลาดและการพัฒนาแผนกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้า นอกจากนี้ยังต้องประสานงานกับทีมงานและผู้บริหารเพื่อให้โครงการต่าง ๆ สำเร็จตามเป้าหมาย และดูแลความสัมพันธ์กับพันธมิตรธุรกิจ รวมถึงการติดตามผลการดำเนินงานของโครงการต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ระดับอาวุโส

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ เสาวลักษณ์ วิจิตรเวียงรัตน์
ตำแหน่ง Senior Software Development Officer
ภาระงาน ออกแบบ, พัฒนา, และทดสอบซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพสูงเพื่อรองรับความต้องการทางธุรกิจของบริษัท โดยรับผิดชอบในการพัฒนาแอปพลิเคชันและระบบที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดการโครงการซอฟต์แวร์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการนำไปใช้จริง อีกทั้งยังต้องประสานงานกับทีมพัฒนาและฝ่ายต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาทางเทคนิค, ปรับปรุงประสิทธิภาพ และติดตามผลการดำเนินงานของระบบซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตรงตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่กำหนดไว้
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ ดนัยฤทธิ์ กตะศิลา
ตำแหน่ง Senior Software Development Officer
ภาระงาน ออกแบบ, พัฒนา, และทดสอบซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพสูงเพื่อรองรับความต้องการทางธุรกิจของบริษัท โดยรับผิดชอบในการพัฒนาแอปพลิเคชันและระบบที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดการโครงการซอฟต์แวร์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการนำไปใช้จริง อีกทั้งยังต้องประสานงานกับทีมพัฒนาและฝ่ายต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาทางเทคนิค, ปรับปรุงประสิทธิภาพ และติดตามผลการดำเนินงานของระบบซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตรงตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่กำหนดไว้
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ ฉัตรป้อง หอมะรื่น
ตำแหน่ง Senior Software Development Officer
ภาระงาน ออกแบบ, พัฒนา, และทดสอบซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพสูงเพื่อรองรับความต้องการทางธุรกิจของบริษัท โดยรับผิดชอบในการพัฒนาแอปพลิเคชันและระบบที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดการโครงการซอฟต์แวร์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการนำไปใช้จริง อีกทั้งยังต้องประสานงานกับทีมพัฒนาและฝ่ายต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาทางเทคนิค, ปรับปรุงประสิทธิภาพ และติดตามผลการดำเนินงานของระบบซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตรงตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่กำหนดไว้

ระดับพนักงาน

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ นพดล หงษาคำ
ตำแหน่ง Software Development Officer
ภาระงาน พัฒนาและดูแลระบบซอฟต์แวร์ภายใต้การดูแลของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์ โดยรับผิดชอบในการเขียนโค้ด, การทดสอบ, และการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังต้องช่วยในการแก้ไขบั๊กและปรับปรุงฟังก์ชันต่าง ๆ ของซอฟต์แวร์ รวมถึงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมใหม่ ๆ เพื่อเติบโตในสายงานพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ วรรธนะ กิจธิคุณ
ตำแหน่ง Software Development Officer
ภาระงาน พัฒนาและดูแลระบบซอฟต์แวร์ภายใต้การดูแลของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์ โดยรับผิดชอบในการเขียนโค้ด, การทดสอบ, และการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังต้องช่วยในการแก้ไขบั๊กและปรับปรุงฟังก์ชันต่าง ๆ ของซอฟต์แวร์ รวมถึงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมใหม่ ๆ เพื่อเติบโตในสายงานพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ อธิปไตย คำเคน
ตำแหน่ง Software Development Officer
ภาระงาน พัฒนาและดูแลระบบซอฟต์แวร์ภายใต้การดูแลของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์ โดยรับผิดชอบในการเขียนโค้ด, การทดสอบ, และการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังต้องช่วยในการแก้ไขบั๊กและปรับปรุงฟังก์ชันต่าง ๆ ของซอฟต์แวร์ รวมถึงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมใหม่ ๆ เพื่อเติบโตในสายงานพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ พิพัฒน์ อินสุข
ตำแหน่ง Software QA & Tester Officer
ภาระงาน ดูแลและตรวจสอบคุณภาพของซอฟต์แวร์ให้พร้อมใช้งานและตรงตามความต้องการของผู้ใช้ โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจความต้องการของระบบและขอบเขตงาน จากนั้นวางแผนการทดสอบและทดสอบการทำงานของซอฟต์แวร์ว่าถูกต้อง ครบถ้วน และมีความเสถียรหรือไม่ ระหว่างการทดสอบจะทำการตรวจพบ บันทึก และรายงานข้อผิดพลาดที่พบให้ทีมพัฒนานำไปแก้ไข พร้อมทั้งติดตามผลและทดสอบซ้ำหลังจากมีการปรับปรุงระบบ นอกจากนี้ยังต้องประสานงานกับทีมที่เกี่ยวข้อง จัดทำเอกสารผลการทดสอบ และช่วยตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งมอบระบบให้ผู้ใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจว่าซอฟต์แวร์มีคุณภาพ ลดปัญหาในการใช้งาน และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ พงศพัศ เสรารัตน์
ตำแหน่ง Trainee Junior Software Development Officer
ภาระงาน พัฒนาและดูแลระบบซอฟต์แวร์ภายใต้การดูแลของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์ โดยรับผิดชอบในการเขียนโค้ด, การทดสอบ, และการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังต้องช่วยในการแก้ไขบั๊กและปรับปรุงฟังก์ชันต่าง ๆ ของซอฟต์แวร์ รวมถึงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมใหม่ ๆ เพื่อเติบโตในสายงานพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ อัมมาร์ เชื้อผู้ดี
ตำแหน่ง Trainee Junior Software Development Officer
ภาระงาน พัฒนาและดูแลระบบซอฟต์แวร์ภายใต้การดูแลของผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์ โดยรับผิดชอบในการเขียนโค้ด, การทดสอบ, และการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังต้องช่วยในการแก้ไขบั๊กและปรับปรุงฟังก์ชันต่าง ๆ ของซอฟต์แวร์ รวมถึงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรมใหม่ ๆ เพื่อเติบโตในสายงานพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ระดับฝึกงานหรือทดลองงาน

พนักงานที่อยู่ในช่วงทดลองงานจะได้รับการพิจารณาตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด โดยระยะเวลาการทดลองงานไม่เกิน 120 วัน หรือตามที่บริษัทกำหนดไว้ หากพนักงานผ่านการทดลองงานตามมาตรฐานที่กำหนด จะได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำต่อไป

หมายเหตุ: ในกรณีที่หัวหน้างานพบว่า พนักงานไม่สามารถปฏิบัติตามคุณสมบัติหรือเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดในช่วงทดลองงาน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยุติการทดลองงานทันที โดยจะแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 1 วัน

อายุงาน

อายุงานจะเริ่มต้นนับจากวันที่พนักงานได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำ

โครงสร้างบทบาทในทีมและหน้าที่

Project Manager (PM)

  • บริหารและควบคุมโครงการให้สำเร็จตามเป้าหมาย
  • วางแผนงานและกำหนดเวลาในแต่ละขั้นตอน
  • ประสานงานระหว่างทีมพัฒนา, ทีมธุรกิจ และลูกค้า
  • รายงานความคืบหน้าของโครงการแก่ผู้บริหาร

Business Analyst (BA)

  • รวบรวมและวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า
  • เขียนเอกสาร เช่น BRD (Business Requirement Document) หรือ User Stories
  • เป็นตัวกลางระหว่างลูกค้าและทีมพัฒนา

System Analyst (SA)

  • ออกแบบโครงสร้างระบบและกำหนดสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์
  • ทำงานร่วมกับ Developer และ DevOps ในการพัฒนาและติดตั้งระบบ
  • ทดสอบความเป็นไปได้ของโซลูชันและให้คำปรึกษาด้านเทคนิค

Quality Assurance (QA)

  • กำหนดมาตรฐานคุณภาพของโครงการ
  • ตรวจสอบกระบวนการพัฒนาเพื่อให้มั่นใจว่าตรงตามมาตรฐาน
  • สร้างแผนการทดสอบและติดตามผลการแก้ไขปัญหา

Developer

  • พัฒนา Web และ Mobile Application ตามความต้องการ
  • แก้ไขปัญหาทางเทคนิคและปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ
  • ทำงานร่วมกับ SA และ QA เพื่อพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์

Graphic Designer

  • ออกแบบงานกราฟิกสำหรับเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน
  • สร้างโลโก้ แบนเนอร์ และสื่อโฆษณา
  • ทำงานร่วมกับทีมการตลาดและพัฒนาเพื่อให้สื่อกราฟิกตรงตามเป้าหมาย
  • ใช้เครื่องมือออกแบบเช่น Adobe Photoshop, Illustrator, หรือ Canva

DevOps Engineer

  • ดูแลการตั้งค่าโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เช่น Cloud Server
  • สร้างและปรับปรุงกระบวนการ CI/CD (Continuous Integration/Continuous Deployment)
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซิร์ฟเวอร์

Tester

  • ทดสอบระบบทั้งในเชิง Functionality, Performance และ Security
  • รายงานปัญหา (Bug) และตรวจสอบการแก้ไข
  • ทดสอบระบบในสภาพแวดล้อมจริงก่อนการส่งมอบ

Trainer

  • อบรมการใช้งานระบบให้ลูกค้าและผู้ใช้งาน
  • จัดทำคู่มือการใช้งาน (User Manual) และสื่อการสอน
  • ติดตามผลการใช้งานและให้คำปรึกษาเพิ่มเติม

Human Resources (HR)

  • จัดการเรื่องการจ้างงานและพัฒนาศักยภาพทีมงาน
  • ดูแลระบบค่าตอบแทนและสวัสดิการพนักงาน
  • ประสานงานด้านวัฒนธรรมองค์กร

Admin

  • ดูแลงานเอกสารและระบบสนับสนุนในสำนักงาน
  • ประสานงานทั่วไป เช่น การจัดซื้อและการจัดการทรัพยากรในสำนักงาน
  • ช่วยจัดเตรียมข้อมูลสำหรับฝ่ายบริหาร

Accounting

  • จัดการเรื่องบัญชี เช่น รายรับ รายจ่าย และงบประมาณ
  • ดูแลการทำบัญชีภาษีและการรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ประสานงานกับผู้บริหารเพื่อวางแผนทางการเงิน

การทำงานร่วมกันของทีม

1. เริ่มต้นโครงการ

  • PM, BA และ SA ร่วมมือกันเพื่อเก็บความต้องการจากลูกค้า
  • SA ร่วมกับ Designer ออกแบบระบบตามความต้องการที่ได้รับ

2. กระบวนการพัฒนา

  • Developer พัฒนาระบบตามแผนที่กำหนดโดย SA
  • DevOps ช่วยตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์และดูแลการ Deployment

3. กระบวนการตรวจสอบ

  • QA และ Tester ทดสอบระบบเพื่อค้นหาและแก้ไขข้อผิดพลาด

4. การส่งมอบและอบรม

  • Trainer อบรมการใช้งานระบบให้กับลูกค้า
  • PM ติดตามและประเมินผลความพึงพอใจของลูกค้า

5. การสนับสนุนหลังการขาย

  • Admin ดูแลการประสานงานทั่วไป
  • HR ดูแลทีมงานและสวัสดิการ

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

  • หากมีบุคคลที่รับบทบาทหลายหน้าที่ เช่น PM และ QA หรือ Tester และ Trainer ควรจัดลำดับความสำคัญของงานและแบ่งเวลาอย่างชัดเจน
  • ใช้เครื่องมือบริหารจัดการงาน เช่น Jira, Trello, หรือ Asana เพื่อช่วยกระจายงานในทีม
  • จัดทำ SOP (Standard Operating Procedure) เพื่อให้ทีมเข้าใจบทบาทและกระบวนการทำงานอย่างชัดเจน

ระเบียบการทำงาน

ประเภทการทำงาน รายละเอียด
Work @ Office การเข้าทำงานที่สำนักงาน
Work Anywhere การทำงานจากที่ใดก็ได้ตามความสะดวก
Work Onsite การทำงาน ณ สถานที่ที่กำหนด
Vacation วันหยุดตามประกาศบริษัท

เวลาในการทำงาน

วันในการทำงานปกติของสัปดาห์ คือวันจันทร์ ถึง ศุกร์ ยกเว้นวันหยุดที่ได้ประกาศไว้

เวลาในการทำงานปกติของบริษัท คือ 9:00 - 18:00

ชั่วโมงในการทำงานปกติในวันทำงานคือ 8 ชั่วโมง

การลงเวลาเข้างาน ให้ลงผ่านระบบ Loganywhere Checkin โดยจะใช้เวลาในการลงเวลาเป็นการยืนยันการเข้างานตามประเภทการลงเวลา ประกอบไปด้วย:

  • การลงเวลา Work Anywhere และ Work Onsite จะต้องลงเวลาที่พื้นที่ทำงานที่ได้กำหนดไว้
  • การลงเวลา Work @ Office จะต้องลงเวลาในการเข้างานที่สำนักงาน

เวลาเข้างานปกติ

  • ระดับ Senior: เข้างานได้ไม่เกิน 10:30
  • ระดับ Officer: เข้างานได้ไม่เกิน 10:00
  • ระดับ Junior: เข้างานได้ไม่เกิน 9:30

การเข้างานสาย จะต้องทำการแจ้งเมื่อประเมินว่าจะไม่สามารถเข้าทำงานตามกำหนดการได้ทัน ก่อนเวลาอย่างน้อย 30 นาที ให้หัวหน้างานหรือผู้บังคับบัญชาทราบ (พี่พลอย และพี่ภา)


การประชุม

  • การประชุมออนไลน์: คือการประชุมผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต โดยมีการกำหนดจากผู้สร้างการประชุมให้ทราบ
  • การประชุมออฟไลน์: คือการประชุมแบบรวมกัน เจอกัน หรืออยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยมีการนัดหมายล่วงหน้า
  • การประชุมภายใน: คือการประชุมของทีมบริษัท
  • การประชุมภายนอก: คือการประชุมของบริษัท กับคู่สนทนา เช่นลูกค้า หรือคู่ค้าทางธุรกิจ โดยจะต้องมีบันทึกการประชุมทุกครั้ง

เครื่องมือบันทึกผ่าน Online Meeting

  • บันทึกเสียง หรือภาพผ่านอุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์มือถือ
  • จัดเก็บข้อมูลการบันทึกลง Online Drive ที่กำหนดหลังการประชุมเสร็จสิ้น

การรายงานผลการทำงาน

การรายงานผลการทำงานเป็นสิ่งสำคัญในการติดตามความคืบหน้าและผลลัพธ์ของงานในองค์กร บริษัทจึงกำหนดวิธีการรายงานผลการทำงานตามลำดับเวลา ดังนี้:

Daily Report (รายงานผลรายวัน)

  • พนักงานหรือผู้ปฏิบัติงานต้องทำการรายงานผลการทำงานประจำวัน ผ่านทางระบบ Task Connect โดยการใช้ Loganywhere Mobile Application
  • การรายงานผลในแต่ละวันจะช่วยให้ทีมงานและผู้บังคับบัญชาทราบถึงความคืบหน้าของงานในแต่ละวัน และสามารถปรับปรุงการทำงานได้ทันทีหากพบปัญหาหรือข้อบกพร่อง
  • รายงานจะต้องอัพเดตในทุกวันทำการภายในเวลาที่กำหนด เพื่อให้สามารถติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง

Weekly Result (รายงานผลรายสัปดาห์)

  • ระดับผู้วางแผนงาน (เช่น ผู้จัดการโครงการหรือหัวหน้าทีม) จะต้องทำการรายงานผลการทำงานประจำสัปดาห์ให้ผู้บริหารทราบ
  • รายงานผลรายสัปดาห์จะช่วยให้ผู้บริหารรับทราบถึงความคืบหน้าของงานที่สำคัญ, ผลการดำเนินงานที่บรรลุผล, รวมถึงปัญหาหรืออุปสรรคที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นั้นๆ
  • การรายงานควรประกอบด้วยการวิเคราะห์ผลการทำงาน, ข้อเสนอแนะในการปรับปรุง และแผนงานในสัปดาห์ถัดไป

ข้อควรทราบ

  • รายงานทั้ง Daily Report และ Weekly Result ควรมีความชัดเจนและตรงประเด็น เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การรายงานผลทุกครั้งต้องมีการอัพเดตข้อมูลอย่างทันท่วงทีและส่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตามช่องทางที่กำหนด เพื่อป้องกันความล่าช้าในการดำเนินงาน

ระเบียบการลา

การขอลาจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด เพื่อความสะดวกในการจัดการงานและการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยมีรายละเอียดการขอลาดังนี้:

รายการ จำนวน เงื่อนไข
ลาป่วย 30 วัน ยื่นคำร้องขอลาเป็นเอกสาร หรือแจ้งผู้บังคับบัญชา ก่อน 9:00 น. ในวันที่ขอลาป่วย หากลาเกิน 3 วันขึ้นไป (รวมวันหยุดติดต่อ เช่น เสาร์ อาทิตย์) ผู้บังคับบัญชา สามารถร้องขอใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลที่เป็นที่รับรองและเชื่อถือได้

*สามารถขอลาครึ่งวันได้
ลากิจ 7 วัน ยื่นคำร้องขอลาเป็นเอกสาร หรือแจ้งผู้บังคับบัญชา ก่อนล่วงหน้า 3 วันทำการ ผู้บังคับบัญชาสามารถให้ลากิจฉุกเฉินได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ

*สามารถขอลาครึ่งวันได้

ตัวอย่างการขอลา
เช่น ขอลาวันที่ 1 จะได้ลาวันที่ 4 เป็นต้นไป

**หากติดเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดที่ประกาศ จะต้องเลื่อนออกไป
เช่น ขอลาวันที่ 1 วันที่ 2 และ 3 เป็นวันหยุด จะได้ลาวันที่ 6 เป็นต้นไป
ลาพักร้อน 6 วัน (ทำงานเกิน 1 ปี) ยื่นคำร้องขอลาเป็นเอกสาร หรือแจ้งผู้บังคับบัญชา ก่อนล่วงหน้า 15 วันทำการ
ลาคลอด 90 วัน ยื่นคำร้องขอลาเป็นเอกสาร หรือแจ้งผู้บังคับบัญชา ก่อนล่วงหน้า 7 วันทำการ หรือกำหนดการณ์ที่ทราบล่วงหน้าจากแพทย์ที่ปรึกษา ผู้บังคับบัญชาสามารถให้ลากิจฉุกเฉินได้ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ
ลาไม่รับค่าตอบแทน 7 วัน ยื่นคำร้องขอลาเป็นเอกสาร หรือแจ้งผู้บังคับบัญชา ก่อนล่วงหน้า 3 วันทำการ
ลาออก - ยื่นคำร้องขอลาเป็นเอกสาร หรือแจ้งผู้บังคับบัญชา ก่อนล่วงหน้า 30 วัน

หมายเหตุ

  • ทุกการขอลาจะต้องได้รับการอนุมัติยืนยัน ไม่เช่นนั้นจะถือเป็นขาดงานได้
  • ไม่อนุญาตแจ้งขอลาผ่าน LINE Message
  • การลาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือจนกลายเป็นนิสัย (เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด) อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานและการดำเนินงานขององค์กร ดังนั้น บริษัทขอแจ้งให้ทราบดังนี้:

การติดตามและประเมินผล

  • บริษัทจะติดตามสถิติการลาของพนักงาน เพื่อประเมินว่าเป็นไปตามเงื่อนไขและนโยบายที่กำหนดไว้หรือไม่ เช่น การลาป่วยที่เกินจำนวนวันที่กฎหมายกำหนดโดยไม่มีใบรับรองแพทย์ หรือการลาประเภทอื่นที่ไม่สมเหตุสมผล

ผลกระทบต่อการประเมินสมรรถภาพ

  • การลาป่วยหรือการลาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจนเป็นนิสัย อาจถูกนำมาพิจารณาในการประเมินความเหมาะสมในตำแหน่งงาน หรือการปรับปรุงสมรรถภาพการทำงานของพนักงาน

การขอคำชี้แจง

  • ในกรณีที่พบว่าพนักงานมีพฤติกรรมการลาที่ผิดปกติ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการขอคำชี้แจงหรือหลักฐานเพิ่มเติม เช่น ใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารแสดงเหตุผลของการลา

การดำเนินการตามขั้นตอน

  • หากพบว่าการลาบ่อยครั้งไม่มีเหตุผลอันสมควร องค์กรอาจพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน เช่น การตักเตือน ปรับเปลี่ยนหน้าที่งาน หรือในกรณีร้ายแรง อาจมีการพิจารณาเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน

ข้อแนะนำแก่พนักงาน

  • หากมีปัญหาสุขภาพเรื้อรังหรือสถานการณ์ส่วนตัวที่จำเป็นต้องลาบ่อยครั้ง ขอแนะนำให้แจ้งหัวหน้างานและฝ่ายทรัพยากรบุคคลล่วงหน้า เพื่อพิจารณามาตรการสนับสนุนหรือปรับเปลี่ยนหน้าที่งานให้เหมาะสม

เครื่องมือในการทำงาน

การสื่อสารภายในองค์กร บริษัทให้ความสำคัญกับการสื่อสารภายในองค์กรที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและลดข้อผิดพลาดในการทำงาน โดยกำหนดเครื่องมือและแนวทางดังนี้:

LINE Application

  • ใช้สำหรับการสื่อสารที่รวดเร็ว เช่น การแจ้งเตือน การติดต่อเร่งด่วน หรือการประสานงานที่ไม่เป็นทางการ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ในการส่งข้อมูลสำคัญหรือข้อมูลที่เป็นความลับ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการรั่วไหลของข้อมูล
  • สร้างกลุ่มสำหรับทีมงานหรือโครงการเฉพาะ เพื่อให้การสื่อสารในแต่ละเรื่องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและง่ายต่อการติดตาม

WhatsApp Application

  • ใช้เป็นช่องทางสำรองสำหรับการสื่อสารที่รวดเร็ว ในกรณีที่ LINE Application มีปัญหาหรือทีมงานอยู่ต่างประเทศ
  • เน้นการใช้งานในลักษณะเดียวกับ LINE Application โดยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ต้องการความยืดหยุ่น
  • ห้ามแชร์ข้อมูลหรือเอกสารสำคัญโดยตรงผ่าน WhatsApp เพื่อป้องกันความปลอดภัยของข้อมูล

Google Meet

  • ใช้สำหรับการประชุมออนไลน์ทั้งแบบทีมและแบบองค์กร เพื่อความสะดวกและลดข้อจำกัดด้านสถานที่
  • ให้ผู้จัดการประชุมส่งลิงก์เชิญผ่าน Google Calendar หรือช่องทางที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมทราบกำหนดการชัดเจน
  • ตรวจสอบอุปกรณ์และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก่อนการประชุม เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

Google Calendar

  • ใช้สำหรับการจัดตารางนัดหมาย การประชุม และกิจกรรมสำคัญในองค์กร เพื่อให้ทุกคนสามารถตรวจสอบและจัดการเวลาของตนได้
  • ผู้จัดประชุมควรใส่รายละเอียดการประชุม เช่น วัตถุประสงค์ ลิงก์การเข้าร่วม และระยะเวลา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเตรียมตัวล่วงหน้า
  • พนักงานทุกคนควรซิงค์ Google Calendar กับอุปกรณ์ที่ใช้งานประจำ เพื่อป้องกันการพลาดกิจกรรมสำคัญ

Email

  • ใช้สำหรับการสื่อสารที่เป็นทางการ เช่น การส่งรายงาน การแจ้งนโยบาย หรือการสื่อสารที่ต้องการเก็บเป็นหลักฐาน
  • หัวข้ออีเมลควรชัดเจนและสื่อถึงเนื้อหาหลัก เพื่อความสะดวกในการค้นหาในภายหลัง
  • ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาและผู้รับอีเมลก่อนกดส่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลผิดพลาด

Loganywhere Task Connect

  • ใช้สำหรับการจัดการและติดตามงานในแต่ละโครงการ โดยให้พนักงานอัปเดตสถานะงานของตนอย่างสม่ำเสมอ
  • ผู้จัดการโครงการควรตรวจสอบความคืบหน้าและกำหนดหมายเหตุใน Task เพื่อชี้แจงหรือปรับปรุงงานได้อย่างทันท่วงที
  • ทุกคนในทีมควรตรวจสอบ Dashboard ของระบบทุกวัน เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ

การพัฒนาระบบ

การพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ในบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์จำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและควบคุมคุณภาพงานได้ดี บริษัทจึงกำหนดแนวทางการใช้งานเครื่องมือที่เกี่ยวข้องดังนี้:

Bitbucket Repository

  • ใช้สำหรับการจัดเก็บและจัดการซอร์สโค้ดของโปรเจกต์ในรูปแบบ Version Control เพื่อให้การทำงานร่วมกันของทีมพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่น
  • กำหนดให้ทุกโปรเจกต์มี Repository เป็นของตัวเอง และระบุชื่อให้ชัดเจน เช่น project_name-api หรือ project_name-frontend
  • ใช้ Git Workflow เช่น Feature Branch หรือ Pull Request ในการพัฒนา เพื่อควบคุมคุณภาพของโค้ดและลดข้อผิดพลาด
  • ต้องมีการ Code Review โดยเพื่อนร่วมทีมก่อน Merge โค้ดเข้าสู่ Branch หลัก (Main/Develop)

API Docs

  • ใช้สำหรับการจัดทำเอกสาร API ที่ทีมพัฒนาและทีมอื่น ๆ สามารถใช้อ้างอิงได้ง่ายและรวดเร็ว
  • กำหนดให้เอกสาร API มีข้อมูลที่ครบถ้วน เช่น Endpoint, Method, Request, Response, Error Code, และตัวอย่างการใช้งาน
  • ใช้เครื่องมือจัดการเอกสาร API เช่น Swagger, Postman, หรือ Redoc เพื่อให้การแสดงผลและการอัปเดตข้อมูลเป็นไปอย่างสะดวก
  • ต้องอัปเดตเอกสาร API ทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือฟังก์ชันในระบบ

Google Online Drive

  • ใช้สำหรับการแชร์และจัดเก็บไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา เช่น เอกสารการออกแบบระบบ (System Design), Diagram, และเอกสารสเปกของโปรเจกต์
  • จัดระเบียบโฟลเดอร์สำหรับแต่ละโปรเจกต์ เช่น Project_Name/Design_Documents หรือ Project_Name/Testing_Reports เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาและการใช้งาน
  • กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ให้เหมาะสม เช่น จำกัดการแก้ไขเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง และอนุญาตให้บุคคลภายนอกทีมเข้าดูได้หากจำเป็น
  • ใช้ Google Drive เป็นแหล่งสำรองสำหรับไฟล์เอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์

การยืนยันข้อมูล

เพื่อความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ใช้ในการดำเนินงาน บริษัทกำหนดช่องทางและแนวทางการยืนยันข้อมูลดังนี้:

Email บริษัท

  • ใช้สำหรับการยืนยันข้อมูลที่เป็นทางการ เช่น การตอบรับคำสั่งงาน การอนุมัติเอกสาร หรือการส่งข้อมูลสำคัญ
  • หัวข้ออีเมลต้องระบุเนื้อหาอย่างชัดเจน เช่น "การยืนยันข้อมูลการประชุมวันที่ XX/XX/XXXX"
  • การยืนยันข้อมูลผ่าน Email ต้องเป็นบัญชีอีเมลที่บริษัทจัดสรรให้เท่านั้น เช่น name@company.com เพื่อความปลอดภัยและสามารถตรวจสอบได้

เอกสารบริษัท

  • ใช้สำหรับการยืนยันข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมสำคัญ เช่น สัญญา การลงนามในข้อตกลง หรือการส่งข้อมูลในรูปแบบเอกสาร
  • เอกสารควรมีหัวกระดาษ โลโก้บริษัท และลายเซ็นผู้ที่มีอำนาจในการอนุมัติ
  • หากมีการส่งเอกสารในรูปแบบดิจิทัล เช่น PDF หรือ Scanned Document ต้องใช้ระบบที่ปลอดภัยในการจัดส่ง เช่น อีเมลบริษัทหรือ Google Drive

LINE Capture Screen

  • ใช้สำหรับการยืนยันข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ หรือการอ้างอิงถึงการสนทนาที่เกิดขึ้นใน LINE Application
  • การจับภาพหน้าจอต้องแสดงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องชัดเจน เช่น ข้อความที่พูดคุย ชื่อกลุ่ม หรือชื่อผู้สนทนา เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด
  • หลีกเลี่ยงการใช้การ Capture Screen ในการยืนยันข้อมูลสำคัญ หากไม่ได้รับการอนุมัติจากผู้เกี่ยวข้อง

การประเมินผลและการใช้งานผลการประเมิน

วัตถุประสงค์การประเมินผล

  • เลื่อนชั้น เลื่อนตำแหน่ง: พิจารณาความเหมาะสมสำหรับการเลื่อนตำแหน่งงาน
  • พิจารณาค่าตอบแทน: ใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการปรับเพิ่มค่าตอบแทน
  • พิจารณาการผ่านงาน: ตัดสินใจการผ่านทดลองงานหรือการบรรจุเป็นพนักงานประจำ
  • พิจารณาประสิทธิภาพการทำงาน: ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อปรับปรุงหรือพัฒนาบุคลากร

วิธีการประเมิน

  • ข้อมูลจากระบบ LogAnyWhere
  • ข้อมูลจากแบบประเมิน

ตัวแปรที่ใช้ในการประเมิน

จำนวนวันที่ทำงาน
  • จำนวนวันลาที่ใช้งาน
  • เวลาที่เข้างาน (ทันเวลา/สาย)
ผลลัพธ์การทำงาน (Performance Metrics)
  • งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จตรงตามเป้าหมายและคุณภาพที่กำหนด
  • ใช้เวลาในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผลงานมีข้อผิดพลาดน้อยและไม่ต้องแก้ไขซ้ำ
  • สามารถปฏิบัติงานให้สำเร็จตามกำหนดเวลา
พฤติกรรมการทำงาน (Behavioral Metrics)
  • มีความร่วมมือและประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมอย่างราบรื่น
  • แสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
  • พร้อมที่จะช่วยเหลือและสนับสนุนผู้อื่นในทีม
  • ปฏิบัติงานด้วยทัศนคติเชิงบวกและสร้างสรรค์
คุณภาพงานและนวัตกรรม (Qualitative Metrics)
  • ผลงานมีความละเอียด ถูกต้อง และครบถ้วน
  • เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ
  • นำเสนอความคิดสร้างสรรค์ที่ช่วยพัฒนางานให้ดีขึ้น
  • ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงหรือสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี
การพัฒนาและการเรียนรู้ (Development Metrics)
  • แสดงความกระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งใหม่
  • นำคำแนะนำจากหัวหน้าไปปรับปรุงผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • มีความสามารถในการพัฒนาตนเองให้รับผิดชอบงานที่ซับซ้อนขึ้น
ทัศนคติและความมีส่วนร่วมในองค์กร (Attitudinal Metrics)
  • มีความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายขององค์กร
  • เข้าร่วมกิจกรรมหรือสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ขององค์กร
  • มีความพึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมการทำงาน

ระเบียบการจ่ายค่าตอบแทน

บริษัทมีการกำหนดนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนที่ชัดเจน เพื่อให้พนักงานได้รับความเป็นธรรมและมีความพึงพอใจในการทำงาน โดยการจ่ายค่าตอบแทนจะประกอบด้วยการจ่ายเงินเดือนและโบนัส ตามหลักเกณฑ์ดังนี้:

การจ่ายเงินเดือน

  • เงินเดือน คือ ค่าตอบแทนรายเดือนที่ตกลงกันไว้ระหว่างบริษัทและพนักงาน โดยมีการหักส่วนต่าง ๆ เช่น ภาษีเงินได้ และประกันสังคม ก่อนที่จะจ่ายให้แก่พนักงาน
  • พนักงานจะได้รับเงินเดือนในวันทำการสุดท้ายของแต่ละเดือน โดยจำนวนเงินที่ได้รับจะเป็นไปตามที่ได้ตกลงไว้ในสัญญาจ้าง
  • หากมีการเปลี่ยนแปลงในการจ่ายเงินเดือน เช่น การปรับเพิ่มหรือลดเงินเดือน หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายการเงินจะทำการแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าเพื่อให้พนักงานสามารถเตรียมตัวได้

นโยบายการปรับอัตราเงินเดือนพนักงาน

  • รอบการพิจารณา พนักงานจะได้รับการพิจารณาการปรับอัตราเงินเดือนเมื่อครบกำหนดการทำงาน 1 ปีของแต่ละบุคคล
  • อัตราการปรับเงินเดือน อัตราการปรับเพิ่มเงินเดือนจะอยู่ระหว่าง 5-8% โดยพิจารณาจากความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานแต่ละคน
  • พนักงานที่มีผลการทำงานต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดหรือผลงานไม่ผ่านการประเมิน จะไม่ได้รับการปรับอัตราเงินเดือน
  • พนักงานที่ได้รับการเลื่อนชั้น เลื่อนตำแหน่ง จะได้รับการพิจารณาอัตราเงินเดือนให้เหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับ
  • นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนพนักงานให้พัฒนาตนเองและสร้างผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง

การจ่ายโบนัส

  • โบนัส คือ ค่าตอบแทนที่บริษัทมอบให้แก่พนักงานในลักษณะของรางวัลประจำปี เพื่อเป็นการตอบแทนผลการทำงานและความทุ่มเทในแต่ละปี
  • การจ่ายโบนัสจะพิจารณาจากผลประกอบการของบริษัทและผลงานของพนักงานในปีนั้น ๆ โดยเงื่อนไขการพิจารณามีดังนี้:
    • ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำเกิน 1 ปี: พนักงานต้องมีการทำงานครบ 1 ปีหรือมากกว่านั้นเพื่อมีสิทธิ์ได้รับโบนัส
    • มีผลการประเมินทำงานถึงเกณฑ์: พนักงานต้องได้รับการประเมินผลการทำงานที่ดีหรือผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้ได้รับโบนัสในปีนั้น

ข้อควรทราบ

  • โบนัสอาจได้รับการปรับเปลี่ยนตามผลประกอบการของบริษัทหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายในบริษัท
  • พนักงานที่ไม่ได้ทำงานครบปีหรือละเมิดข้อกำหนดในการทำงานอาจไม่ได้รับโบนัสในปีนั้น
  • บริษัทจะทำการแจ้งให้พนักงานทราบเกี่ยวกับการจ่ายโบนัสและเงื่อนไขต่าง ๆ ก่อนการจ่าย

ระเบียบการลงโทษ

บริษัทให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามระเบียบและข้อกำหนดที่กำหนดขึ้น เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ หากพนักงานมีการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับระเบียบหรือก่อให้เกิดผลเสียหาย จะมีมาตรการลงโทษตามขั้นตอนที่เหมาะสม ดังนี้:

เหตุในการลงโทษ

  • เมื่อไม่สามารถทำงานได้: พนักงานไม่มีความพร้อมที่จะปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของทีมและองค์กร
  • เมื่อขาดงานหรือติดต่อไม่ได้: พนักงานขาดงานโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าหรือติดต่อผู้บังคับบัญชา ส่งผลต่อการบริหารจัดการงาน
  • เมื่อไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อปฏิบัติ: พนักงานละเมิดนโยบาย ระเบียบ หรือข้อปฏิบัติที่กำหนดไว้ เช่น การใช้งานทรัพยากรองค์กรในทางที่ไม่เหมาะสม
  • เมื่อทำให้เกิดความเสียหายกับงาน: การกระทำหรือความประมาทที่ทำให้งานหรือข้อมูลของบริษัทเกิดความเสียหาย เช่น การทำลายไฟล์งานหรือเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ

ขั้นตอนในการลงโทษ

  • ปรับเปลี่ยนการทำงานให้เป็น Work @ Office: เปลี่ยนรูปแบบการทำงานจาก Remote Work หรือ Hybrid เป็นการทำงานในสำนักงานตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อปรับพฤติกรรมและเพิ่มความใกล้ชิดในการควบคุมงาน
  • ออกเอกสารใบแจ้งเตือน: ออกเอกสารเตือนอย่างเป็นทางการ (Warning Letter) โดยระบุพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและแนวทางการปรับปรุง พร้อมส่งสำเนาให้พนักงานและบันทึกในแฟ้มประวัติ
  • พักงานตามระยะเวลาที่กำหนด: พักงานพนักงานชั่วคราวโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อให้พนักงานได้พิจารณาและปรับปรุงพฤติกรรมก่อนกลับมาทำงาน

การพ้นสภาพของพนักงาน

การพ้นสภาพของพนักงานอาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ หากพนักงานทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อรักษาผลประโยชน์ขององค์กรและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยมีแนวทางดังนี้:

เมื่อทำให้เกิดความเสียหายกับบริษัท

  • หากพนักงานกระทำการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทในด้านต่างๆ เช่น การทำลายทรัพย์สินของบริษัท การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ หรือการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์หรือการดำเนินงานของบริษัท
  • บริษัทจะทำการ แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ให้พนักงานทราบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการพ้นสภาพ พร้อมทั้ง แจ้งผ่านประกาศของบริษัท ทางช่องทางต่างๆ ที่มีการสื่อสารกับคู่ค้า ลูกค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับข้อมูลอย่างชัดเจนและโปร่งใส
  • การแจ้งประกาศจะครอบคลุมถึงสาเหตุที่ทำให้พนักงานพ้นสภาพ และการดำเนินการต่างๆ ที่บริษัทได้ดำเนินการไปแล้ว

ข้อควรทราบ

  • การพ้นสภาพจะดำเนินการตามระเบียบการของบริษัท และจะพิจารณาเป็นกรณีไปตามความร้ายแรงของการกระทำ
  • พนักงานที่พ้นสภาพจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการพ้นสภาพ
  • บริษัทจะให้ความสำคัญกับการรักษาผลประโยชน์ขององค์กร และดำเนินการอย่างยุติธรรมตามกระบวนการที่กำหนด

ข้อมูลสมาชิก

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อ นามสกุล หญิง -
บรรจุ 0 ปี 6 เดือน 10 วัน
ตำแหน่ง
ระดับ Management
สถานะ
ประเมินผล 0/5 -

สถิติส่วนตัว

รายละเอียดคำร้อง

วันที่ รายการ สถานะ

สิทธิควรรู้


สวัสดิการ ประกันสังคมมาตรา 33

ผู้ที่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 ของประกันสังคมได้ จะต้องเป็นลูกจ้างที่มีอายุตั้งแต่ 15-60 ปีบริบูรณ์ ในวันที่เข้าทำงาน และต้องทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป โดยประโยชน์ของประกันสังคม มีดังนี้:

  1. มีหลักประกันให้กับชีวิตระหว่างการทำงาน
    มนุษย์เงินเดือนที่ทำประกันสังคมมาตรา 33 จะได้รับความคุ้มครองใน 7 กรณี:
    • การว่างงาน

      ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนว่างงานหรือถูกเลิกจ้าง และมีระยะว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป สามารถขึ้นทะเบียนเพื่อรับเงินทดแทนกรณีว่างงานได้ โดยจะต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานผ่านเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน หรือลงทะเบียนที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้านภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลาออกหรือถูกเลิกจ้าง และต้องรายงานตัวตามนัดไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง จึงจะได้รับเงินทดแทนประกันสังคม โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ:

      • ถูกเลิกจ้าง จะได้เงินทดแทน 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย ปีละไม่เกิน 180 วัน
      • ลาออก หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง จะได้รับเงินทดแทน 30% ของค่าจ้างเฉลี่ย ปีละไม่เกิน 90 วัน
    • ประสบอันตรายหรือได้รับความเจ็บป่วย

      ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเข้ารับการรักษา จะได้รับสิทธิรักษาพยาบาล โดยแยกเป็นแต่ละกรณี ดังนี้:

      • รักษาในสถานพยาบาลที่ได้ลงทะเบียนไว้กับระบบประกันสังคม และเครือข่ายของโรงพยาบาลตามสิทธิ สามารถเข้ารักษาพยาบาลได้ฟรี ทั้งแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน รวมถึงการรับบริการตรวจสุขภาพและฟื้นฟูสมรรถภาพหลังเจ็บป่วยด้วย
      • ประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ทั้งโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน โดยมีเงื่อนไขความคุ้มครองตามสิทธิที่ประกันสังคมจ่ายให้ คือ:
        • โรงพยาบาลรัฐ: ผู้ป่วยนอก ประกันสังคมจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ตามจริง
        • โรงพยาบาลรัฐ: ผู้ป่วยใน จ่ายให้ตามจริง ไม่เกิน 72 ชั่วโมงแรก โดยไม่รวมวันหยุดราชการ และมีค่าห้องและอาหารให้ตามจริงไม่เกิน 700 บาท/วัน
      • ประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ สถานพยาบาลที่ใกล้เคียงได้ทุกแห่ง โดยไม่ต้องสำรองจ่าย และไม่เกิน 72 ชั่วโมง
      • ทันตกรรม
        • ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และผ่าฟันคุด จ่ายตามจริงไม่เกิน 900 บาท/ปี
        • ใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้บางส่วน จ่ายตามจริงไม่เกิน 1,500 บาท ภายใน 5 ปี
        • ใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปาก จ่ายตามจริงไม่เกิน 4,400 บาท ภายใน 5 ปี
      • เงินทดแทนการขาดรายได้

        กรณีแพทย์ระบุให้หยุดทำงาน จะได้รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 15,000 บาท ครั้งละไม่เกิน 90 วัน และปีละไม่เกิน 180 วัน

        หากป่วยเรื้อรัง จะได้รับเงินทดแทนไม่เกิน 365 วัน

    • คลอดบุตร

      ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนวันคลอดบุตร จะสามารถเบิกจ่ายค่าบริการทางการแพทย์แบบเหมาจ่ายกรณีคลอดบุตร ในอัตรา 15,000 บาท/การคลอดบุตรหนึ่งครั้ง ส่วนค่าตรวจและฝากครรภ์ เบิกได้ตามจริงจำนวน 5 ครั้ง รวมสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาท

      สำหรับสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 เพิ่มเติมของผู้ประกันตนหญิง จะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเหมาจ่าย 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย เป็นระยะเวลา 90 วัน สูงสุด 2 ครั้ง

      ทั้งนี้หากสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ สิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตรจะใช้ได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น และไม่จำกัดจำนวนบุตรต่อครั้งที่ใช้สิทธิ

    • สงเคราะห์บุตร

      ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือน ภายใน 36 เดือนก่อนขอรับเงินสงเคราะห์บุตร จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรแบบเหมาจ่าย จำนวน 800 บาท/เดือน/บุตร 1 คน และสูงสุดครั้งละ 3 คน โดยบุตรนั้นต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะได้รับตั้งแต่อายุแรกเกิดจนครบ 6 ปีบริบูรณ์ และหากผู้ประกันตนเป็นผู้ทุพพลภาพหรือถึงแก่ความตายในระหว่างนั้น จะยังไม่ได้รับสิทธินี้ต่อไปจนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

    • ทุพพลภาพ

      ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนทุพพลภาพ จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่ประกอบด้วย:

      • เงินทดแทนการขาดรายได้
        • กรณีทุพพลภาพรุนแรง ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย ได้รับเป็นรายเดือนตลอดชีวิต
        • กรณีทุพพลภาพไม่รุนแรง ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตรา 30% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 180 เดือน
      • ค่าบริการทางการแพทย์
        • สถานพยาบาลของรัฐบาล รับการรักษาด้วยค่าบริการทางการแพทย์ตามจริง ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก
        • สถานพยาบาลเอกชน สิทธิประกันสังคม ม.33 ให้เบิกได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 2,000 บาท/เดือน สำหรับผู้ป่วยนอก
        • กรณีผู้ป่วยใน เบิกได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 4,000 บาท/เดือน
        • หากต้องใช้รถพยาบาลรับส่ง เหมาจ่ายให้ไม่เกินเดือนละ 500 บาท
        • สิทธิได้รับค่าใช้จ่ายเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย จิตใจ และอาชีพ ในอัตราตามที่ประกาศฯ กำหนด
      • เงินสงเคราะห์กรณีถึงแก่ความตาย
        • หากผู้ประกันตนเสียชีวิตในขณะที่ทุพพลภาพ จะได้รับเงินค่าทำศพ 50,000 บาท โดยมอบให้ผู้จัดการศพ
        • กรณีที่จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 3 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี จะได้รับเท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน
        • กรณีจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน
    • ชราภาพ

      สำหรับเงินทดแทนกรณีชราภาพ จะแยกออกเป็น 2 กรณี โดยผู้ประกันตนไม่สามารถเลือกได้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของประกันสังคมเท่านั้น คือ:

      • เงินบำเหน็จชราภาพ

        สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 180 เดือน และมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หรือความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง เป็นผู้ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตาย มีสิทธิรับเงินบำเหน็จโดยจ่ายเป็นก้อนเดียว และแยกเป็น 2 เงื่อนไข คือ:

        • ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 1-11 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายฝ่ายเดียว
        • ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12-179 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายเงินสมทบ พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน
      • เงินบำนาญชราภาพ

        สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 180 เดือน และมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หรือความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง เป็นผู้ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตาย มีสิทธิรับเงินบำนาญซึ่งจะจ่ายเป็นรายเดือนตลอดชีวิต และแยกเป็น 2 เงื่อนไข คือ:

        • ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือน ในอัตรา 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และใช้อัตราสูงสุด 15,000 บาท เป็นฐานในการคำนวณ
        • ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน เงินบำนาญตามข้อ 1 จะปรับเพิ่มขึ้นอีกในอัตราปีละ 1.5%

      ทั้งนี้หากผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพแล้ว แต่เสียชีวิตหลังได้รับสิทธิภายใน 60 เดือน ทายาทจะได้รับเงินทดแทนเป็นเงินบำเหน็จชราภาพ ในอัตรา 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพในเดือนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต

    • เสียชีวิต

      ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนถึงแก่ความตาย ผู้จัดการศพจะได้รับเงินค่าทำศพ 50,000 บาท และจะได้รับเงินสงเคราะห์ 2 กรณี:

      • กรณีจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือน แต่ไม่ถึง 120 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์จำนวนเท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน
      • กรณีจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์จำนวนเท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน โดยผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตามมาตรา 33 ในกรณีนี้จะต้องเป็นบุตร สามี/ภรรยา บิดา/มารดา หรือบุคคลที่ผู้ประกันตนระบุไว้ในหนังสือ
  2. สิทธิในการทำทันตกรรม และตรวจสุขภาพประจำปี สิทธิประโยชน์ในด้านสุขภาพนี้ มนุษย์เงินเดือนจะได้รับทุกปี โดยไม่ต้องรอให้เกิดเหตุด่วนเหตุร้าย:
    • ทำทันตกรรม: ได้รับค่ารักษาสูงสุดไม่เกิน 900 บาท/ปี
    • ตรวจสุขภาพประจำปี: สามารถรับการตรวจได้ฟรี ปีละหนึ่งครั้ง ณ โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ
  3. ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
    ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 สามารถนำเบี้ยสมทบประกันสังคมไปขอลดหย่อนภาษีได้ โดยสามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง และสูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท/ปี

รายละเอียดคำร้อง

วันที่ รายการ สถานะ
11/03/2026
11:12
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอลาพักร้อน
22/04/2026 ถึง 27/04/2026
ไปต่างประเทศ

11/03/2026
11:06
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอลากิจ
16/03/2026 ถึง 16/03/2026
ช่างเข้าตรวจสอบแก้ไขห้อง (2026-03-13)

02/03/2026
09:04
พงศพัศ เสรารัตน์
ขอลาไม่รับเงินตอนแทน
09/03/2026 ถึง 12/03/2026
ลา รับปริญญา

17/02/2026
16:47
พิพัฒน์ อินสุข
ขอลากิจ
27/02/2026 ถึง 27/02/2026
เยี่ยมย่าป่วยมะเร็งลำไส้ระยะ4ครับ

12/02/2026
10:30
เสาวลักษณ์ วิจิตรเวียงรัตน์
ขอ Work From Home
12/02/2026 ถึง 12/02/2026
เมื่อวาน ขอลาบ่าย 3 เกือบบ่าย 4 เนื่องจากอาการเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ กลัวจะกลับบ้านไม่ไหวถ้าอยู่นานกว่านี้ วันนี้อุณภูมิยังสูงอยู่แต่พอที่จะทำงานได้บ้าง จึงขอทำงาน wfh แทน แจ้งเมื่อวานแล้วเพราะคาดว่าจะตื่นไม่ทันก่อน 9 โมง

11/02/2026
14:56
เสาวลักษณ์ วิจิตรเวียงรัตน์
ขอลากิจ
17/02/2026 ถึง 17/02/2026
ไปไหว้พระต่างจังหวัด

11/02/2026
14:56
เสาวลักษณ์ วิจิตรเวียงรัตน์
ขอลากิจ
17/02/2026 ถึง 17/02/2026
ไปไหว้พระต่างจังหวัด

03/02/2026
17:02
ดนัยฤทธิ์ กตะศิลา
ขอลาพักร้อน
04/03/2026 ถึง 04/03/2026
ท่องเที่ยวต่างประเทศ (ปักกิ่ง)

03/02/2026
17:01
ดนัยฤทธิ์ กตะศิลา
ขอลาพักร้อน
02/03/2026 ถึง 02/03/2026
ท่องเที่ยวต่างประเทศ (ปักกิ่ง)

29/01/2026
13:13
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอลาป่วย
29/01/2026 ถึง 29/01/2026
เป็นไข้ (2026-01-28)

29/01/2026
13:13
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอลาป่วย
29/01/2026 ถึง 29/01/2026
เป็นไข้ (2026-01-28)

23/01/2026
15:28
มณีรัตน์ ศรีมันตะ
ขอลาพักร้อน
16/02/2026 ถึง 16/02/2026
ไหว้ตรุษจีน

05/01/2026
10:39
นพดล หงษาคำ
ขอลาพักร้อน
29/01/2026 ถึง 30/01/2026
ลาพักร้อนไปต่างจังหวัด

15/12/2025
08:19
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอ Work From Home
15/12/2025 ถึง 15/12/2025
นัดทำเรื่องกับนิติ

15/12/2025
07:16
ภูวดล บุญครอบ
ขอ Work From Home
15/12/2025 ถึง 15/12/2025
ไม่สบาย

09/12/2025
18:56
ภูวดล บุญครอบ
ขอ Work From Home
06/01/2026 ถึง 06/01/2026
เนื่องจาก กลับต่างจังหวัด

27/11/2025
09:49
ธนภัทร ศรีเพ็ชร
ขอลาป่วย
27/11/2025 ถึง 27/11/2025
ท้องเสีย

13/11/2025
07:49
เสาวลักษณ์ วิจิตรเวียงรัตน์
ขอ Work From Home
13/11/2025 ถึง 13/11/2025
เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีน้ำท่วมหลายจุดและแม่ขอให้ทำงานที่บ้าน+สำรวจเส้นทางแล้วรถติดพอสมควร และต้องการรักษาเวลา จึงขอ whf เพื่อทำงานได้เต็มที่

05/11/2025
18:08
มณีรัตน์ ศรีมันตะ
ขอลาพักร้อน
28/11/2025 ถึง 28/11/2025
ทำบุญ

03/11/2025
09:15
ธนภัทร ศรีเพ็ชร
ขอ Work From Home
06/11/2025 ถึง 06/11/2025
สอบจบ ป. โท หลัง 6 โมงเย็น

03/11/2025
09:14
ธนภัทร ศรีเพ็ชร
ขอลากิจ
19/12/2025 ถึง 19/12/2025
ทำบุญบ้าน

31/10/2025
15:13
ดนัยฤทธิ์ กตะศิลา
ขอลาพักร้อน
08/12/2025 ถึง 09/12/2025
ลาพักร้อน ไปต่างประเทศ

31/10/2025
11:02
นพดล หงษาคำ
ขอลาพักร้อน
04/12/2025 ถึง 08/12/2025
ลาพักร้อน

31/10/2025
08:52
มณีรัตน์ ศรีมันตะ
ขอลาป่วย
31/10/2025 ถึง 31/10/2025
มีไข้ ปวดหัว

16/10/2025
08:53
ธนภัทร ศรีเพ็ชร
ขอ Work From Home
16/10/2025 ถึง 16/10/2025
ท้องเสีย

09/10/2025
16:01
เสาวลักษณ์ วิจิตรเวียงรัตน์
ขอลากิจ
17/10/2025 ถึง 17/10/2025
ทำธุรที่สำนักงานที่ดิน

07/10/2025
14:09
ธนภัทร ศรีเพ็ชร
ขอลาพักร้อน
17/11/2025 ถึง 18/11/2025
ไปงานแต่ง ต่างจังหวัด

07/10/2025
12:01
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอลาพักร้อน
11/12/2025 ถึง 12/12/2025
ไปต่างจังหวัด

07/10/2025
12:00
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอลาพักร้อน
17/11/2025 ถึง 17/11/2025
ไปต่างจังหวัด

07/10/2025
12:00
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอลาพักร้อน
14/11/2025 ถึง 14/11/2025
ไปต่างจังหวัด

02/10/2025
17:39
วรรธนะ กิจธิคุณ
ขอลาพักร้อน
29/10/2025 ถึง 30/10/2025
แฟนรับปริญญา

25/09/2025
07:35
ธนภัทร ศรีเพ็ชร
ขอ Work From Home
25/09/2025 ถึง 25/09/2025
เจ็บคอ ไอ

23/09/2025
18:42
ภูวดล บุญครอบ
ขอลากิจ
06/10/2025 ถึง 06/10/2025
ไปต่างจังหวัด

23/09/2025
12:02
นพดล หงษาคำ
ขอลากิจ
14/10/2025 ถึง 14/10/2025
ไปต่างจังหวัด

23/09/2025
11:14
ธนภัทร ศรีเพ็ชร
ขอลากิจ
14/11/2025 ถึง 14/11/2025
ไปต่างจังหวัด (งานแต่ง)

05/09/2025
15:28
ดนัยฤทธิ์ กตะศิลา
ขอลาพักร้อน
10/10/2025 ถึง 10/10/2025
ลาพักร้อนไปต่างประเทศ

18/08/2025
08:00
ดนัยฤทธิ์ กตะศิลา
ขอลากิจ
18/08/2025 ถึง 18/08/2025
ลาธุระทางบ้าน

25/08/2025
15:43
นพดล หงษาคำ
ขอลากิจ
29/08/2025 ถึง 29/08/2025
ลาไปทำธุระต่างจังหวัด

25/07/2025
12:58
ธนภัทร ศรีเพ็ชร
ขอลากิจ
11/08/2025 ถึง 11/08/2025
ไปต่างจังหวัดครับ

07/07/2025
10:03
ธนภัทร ศรีเพ็ชร
ขอ Work From Home
08/07/2025 ถึง 08/07/2025
ติด covid-19 ลดความเสี่ยงเพื่อนร่วมงาน

03/07/2025
08:31
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอ Work From Home
03/07/2025 ถึง 03/07/2025
ตรวจพบโควิด 19

01/07/2025
17:53
วิษณุ ชัยวิชิต
ขอลากิจ
04/07/2025 ถึง 04/07/2025
ไปหาหมอผิวหนังที่ราชวิถี เพื่อรักษาผมร่วงขนาดย่อม

01/07/2025
09:04
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอลาป่วย
01/07/2025 ถึง 01/07/2025
เจ็บคอ มีไข้

30/06/2025
19:18
มณีรัตน์ ศรีมันตะ
ขอ Work From Home
01/07/2025 ถึง 01/07/2025
เนื่องจากมีไปประชุมกับลูกค้าในวันที่ 30 มิ.ย 68 พี่อั้มเลยอนุญาตให้ WFH

26/06/2025
10:34
ภูวดล บุญครอบ
ขอ Work From Home
26/06/2025 ถึง 26/06/2025
ยังมีอาการไข้

26/06/2025
10:34
ภูวดล บุญครอบ
ขอ Work From Home
26/06/2025 ถึง 26/06/2025
ยังมีอาการไข้

26/06/2025
07:34
ธนภัทร ศรีเพ็ชร
ขอ Work From Home
26/06/2025 ถึง 26/06/2025
ปวดหัวและมีไข้

25/06/2025
07:57
ภูวดล บุญครอบ
ขอลาป่วย
25/06/2025 ถึง 25/06/2025
มีไข้ขึ้น

15/06/2025
11:56
อธิปไตย คำเคน
ขอลากิจ
23/06/2025 ถึง 23/06/2025
หมอนัด พาพ่อไปหาหมอ อาจจะไปส่ง ตจว. หลังตรวจเสร็จ

15/06/2025
11:56
อธิปไตย คำเคน
ขอลากิจ
23/06/2025 ถึง 23/06/2025
หมอนัด พาพ่อไปหาหมอ อาจจะไปส่ง ตจว. หลังตรวจเสร็จ

15/06/2025
11:53
อธิปไตย คำเคน
ขอลากิจ
18/06/2025 ถึง 18/06/2025
หมอนัดพ่อไป รพ. เสร็จแล้วไปส่งพ่อ ตจว.

09/06/2025
12:47
อธิปไตย คำเคน
ขอลากิจ
09/06/2025 ถึง 09/06/2025
ลาฉุกเฉิน

09/06/2025
12:41
มณีรัตน์ ศรีมันตะ
ขอลาพักร้อน
20/06/2025 ถึง 20/06/2025
ลาพักร้อน ไปทำบุญ

23/05/2025
20:10
ธนภัทร ศรีเพ็ชร
ขอ Work From Home
27/05/2025 ถึง 27/05/2025
ช่างมาทำหลังคาต่อเติมหน้าบ้าน 3 วัน 26-28 พ.ค. 68

22/05/2025
08:11
รุ่งอรุณ บุญแสน
ขอลาป่วย
22/05/2025 ถึง 22/05/2025
ขอลาช่วงเช้า เนื่องจากปวดท้องประจำเดือน

20/05/2025
09:33
วรรธนะ กิจธิคุณ
ขอ Work From Home
20/05/2025 ถึง 20/05/2025
เสี่ยงติดเชื้อโควิดจาก มีอาการเล็กน้อย

20/05/2025
09:30
เสาวลักษณ์ วิจิตรเวียงรัตน์
ขอ Work From Home
20/05/2025 ถึง 20/05/2025
ฝนตกหนัก และ เสี่ยงที่จะเจอรถติดแล้วทำให้ถึงออฟฟิศช้า ซึ่งอาจจะถึงประมาณ 11 โมง จึงมองว่าไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไปกับการเดินทาง จึงขอ whf แทน เพื่อทำงานดีกว่า

19/05/2025
21:15
มณีรัตน์ ศรีมันตะ
ขอลากิจ
19/05/2025 ถึง 19/05/2025
ลากิจฉุกเฉิน

13/05/2025
16:52
วรรธนะ กิจธิคุณ
ขอลากิจ
22/05/2025 ถึง 22/05/2025
ไปงานแต่งงานพี่ชาย

09/05/2025
18:17
วิษณุ ชัยวิชิต
ขอลากิจ
09/06/2025 ถึง 09/06/2025
ไปปฐมนิเทศให้น้องสาว ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง

16/04/2025
18:24
รุ่งอรุณ บุญแสน
ขอลากิจ
23/04/2025 ถึง 23/04/2025
ลาครึ่งวันไปทำธุระช่วงบ่าย

16/04/2025
17:43
นพดล หงษาคำ
ขอลากิจ
25/04/2025 ถึง 25/04/2025
ลาไปทำธุระเรื่องที่ดินที่ต่างจังหวัด

16/04/2025
08:52
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอลาป่วย
16/04/2025 ถึง 17/04/2025
หลอดลมอักเสบ

10/04/2025
12:39
ภูวดล บุญครอบ
ขอ Work From Home
16/04/2025 ถึง 18/04/2025
กลับบ้านต่างจังหวัด

10/04/2025
08:09
นพดล หงษาคำ
ขอลาป่วย
10/04/2025 ถึง 10/04/2025
ไปคลินิกกายภาพมาแล้วตอนนี้มันรู้สึกตัวระบม

10/04/2025
08:09
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอ Work From Home
10/04/2025 ถึง 10/04/2025
เป็นไข้ อาการยังไม่ดีขึ้น

08/04/2025
20:39
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอลาป่วย
08/04/2025 ถึง 08/04/2025
ไข้ขึ้น

08/04/2025
20:39
ฉัตรป้อง หอมระรื่น
ขอลาพักร้อน
02/05/2025 ถึง 02/05/2025
ไปต่างประเทศ

08/04/2025
19:48
รุ่งอรุณ บุญแสน
ขอลาพักร้อน
02/05/2025 ถึง 02/05/2025
ไปเที่ยวต่างจังหวัด

08/04/2025
19:47
มณีรัตน์ ศรีมันตะ
ขอลาพักร้อน
02/05/2025 ถึง 02/05/2025
ไปเที่ยวต่างจังหวัด

04/04/2025
17:14
ดนัยฤทธิ์ กตะศิลา
ขอลาพักร้อน
02/05/2025 ถึง 02/05/2025
ลาพักร้อน ต่างจังหวัด

01/04/2025
17:00
วิษณุ ชัยวิชิต
ขอ Work From Home
03/04/2025 ถึง 04/04/2025
ขอ WFH วันที่ 3-4 ไปทำการคัดเลือกทหารประจำปี 2568 ที่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 4 เวลา 07:00 น.

31/03/2025
07:45
ธนภัทร ศรีเพ็ชร
ขอลากิจ
04/04/2025 ถึง 04/04/2025
ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านใหม่ สำนักงานเขตสายไหม

19/03/2025
09:04
เสาวลักษณ์ วิจิตรเวียงรัตน์
ขอ Work From Home
19/03/2025 ถึง 19/03/2025
เนื่องจากเมื่อวันเสาร์ประมาณตี 1 สะพานก่อสร้างพระราม 2 เกิดถล่มลงมา เพื่อความปลอดภัยตอนเดินทาง จึงได้รับอนุมัติให้ทำงาน wfh ในวันที่ 18/3/2025 (ขอโทษด้วยค่ะ ที่ไม่ได้เพิ่มคำร้องในวันที่ได้รับการลา)

08/03/2025
12:36
มณีรัตน์ ศรีมันตะ
ขอลาพักร้อน
31/03/2025 ถึง 31/03/2025
ไปดูคอนเสิร์ต

25/02/2025
13:50
รุ่งอรุณ บุญแสน
ขอลากิจ
25/02/2025 ถึง 25/02/2025
ลาครึ่งวันเช้า 10.00 น. - 13.00 น.

20/02/2025
09:12
เสาวลักษณ์ วิจิตรเวียงรัตน์
ขอ Work From Home
20/02/2025 ถึง 20/02/2025
1. ตื่นมาทำทุกอย่างผ่านไป 1 ชั่วโมงแล้ว ยังมีอาการมึนหัวอยู่ จึงไม่เสี่ยงออกเดินทางเพราะเคยล้มจากหน้ามืดหรือหลับลึกระหว่างเดินทาง และมีบางครั้งต้องขอกลับบ้านช่วงบ่ายเพราะป่วยจนอยู่ไม่ไหว 2. อันตรายจากการติดไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเร

19/02/2025
09:04
เสาวลักษณ์ วิจิตรเวียงรัตน์
ขอ Work From Home
19/02/2025 ถึง 19/02/2025
เนื่องจากเมื่อวันที่ 17/02/2025 มีอาการป่วยอยู่เลยได้รับการอนุมัติให้ wfh ในวันที่ 18/02/2025 จากพลอย และ ทางเชอร์รี่ยืนยันจะ wfh ด้วย เพื่อไม่นำโรคไปติดที่ออฟฟิตด้วย

18/02/2025
08:22
ปภาวี ศรีวัฒนา
ขอ Work From Home
18/02/2025 ถึง 18/02/2025
สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยในการเดินทาง

13/02/2025
21:01
รุ่งอรุณ บุญแสน
ขอลาพักร้อน
10/03/2025 ถึง 10/03/2025
ไปต่างจังหวัด

03/02/2025
06:25
ปภาวี ศรีวัฒนา
ขอลาป่วย
03/02/2025 ถึง 03/02/2025
ปวดหัว มีน้ำมูก ท้องเสีย

30/01/2025
16:53
วรรธนะ กิจธิคุณ
ขอลากิจ
28/02/2025 ถึง 28/02/2025
รับปริญญา

22/01/2025
08:57
ธนภัทร ศรีเพ็ชร
ขอลากิจ
10/02/2025 ถึง 11/02/2025
กลับบ้านเยี่ยมญาติ

20/01/2025
09:31
ปภาวี ศรีวัฒนา
ขอลาพักร้อน
13/02/2025 ถึง 14/02/2025
ลาพักร้อน เที่ยว ทำบุญกับเพื่อนและครอบครัว

20/01/2025
07:11
รุ่งอรุณ บุญแสน
ขอลาป่วย
20/01/2025 ถึง 20/01/2025
มีอาการเจ็บคอ และปวดหัว

17/01/2025
13:25
อธิปไตย คำเคน
ขอลากิจ
05/03/2025 ถึง 05/03/2025
ลาซ้อมรับปริญญานิพนธ์(วันรับปริญญานิพนธ์)

17/01/2025
13:24
อธิปไตย คำเคน
ขอลากิจ
13/02/2025 ถึง 13/02/2025
ลาซ้อมรับปริญญานิพนธ์(วันซ้อมย่อย)

17/01/2025
11:47
วิษณุ ชัยวิชิต
ขอลากิจ
10/02/2025 ถึง 11/02/2025
ต้องไปขอแผ่นการรักษาตอนประสบอุบัติเหตุ ที่โรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราช เพราะต้องนำแผ่นการรักษาไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลทหารที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

17/01/2025
10:11
นพดล หงษาคำ
ขอลากิจ
30/01/2025 ถึง 31/01/2025
ลาไปทำธุระเรื่องที่ดินที่เชียงราย

16/01/2025
16:26
ดนัยฤทธิ์ กตะศิลา
ขอลาพักร้อน
13/02/2025 ถึง 14/02/2025
ลาพักร้อนไปต่างประเทศ

10/01/2025
18:53
มณีรัตน์ ศรีมันตะ
ขอลากิจ
28/01/2025 ถึง 28/01/2025
ไหว้ตรุษจีน

09/01/2025
11:02
เสาวลักษณ์ วิจิตรเวียงรัตน์
ขอลาพักร้อน
29/01/2025 ถึง 29/01/2025
ไหว้พระที่ต่างจังหวัด